การกระทำที่เป็นความผิดทางอาญา ในการใช้เช็ค
ผู้ที่มีความผิดทางอาญา คือ ผู้สั่งจ่ายซึ่งออกเช็คเพื่อชำระหนี้ โดยกระทำการต่างๆ ที่ทำให้ผู้ทรงไม่ได้รับชำระหนี้ตามเช็คนั้น ซึ่งมีหลักเกณฑ์ที่เป็นความผิดทางอาญาดังต่อไปนี้
(๑) ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ผู้ทรงที่จะดำเนินการให้ผู้สั่งจ่ายรับผิดทางอาญาได้ ต้องได้รับชำระเช็คนั้นมาเพื่อชำระหนี้ที่ผูกพันกันจริงๆ และบังคับได้ตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นหนี้อะไรก็ตาม เช่น ซื้อขาย เช่า กู้ยืม จ้างแรงงาน แต่ถ้าได้รับเช็คโดยไม่มีหนี้ต่อกันหรือได้รับเช็คเพื่อชำระหนี้ที่ขัดต่อกฎหมาย เช่น ชำระหนี้การพนัน การซื้อเฮโรอีน แล้วผู้นั้นก็ไม่สามารถ ดำเนินการ ให้ผู้สั่งจ่ายรับผิดทางอาญาได้
(๒) มีการกระทำที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คอย่างหนึ่งอย่าง ใดดังนี้
(ก) เจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ผู้สั่งจ่ายได้กระทำการใดๆ ที่แสดงว่าเจตนาจะไม่ให้ธนาคารจ่ายเงินตามเช็คนั้น เช่น ออกเช็คไม่ระบุชื่อหรือยี่ห้อของผู้รับ เงินและขีดฆ่าคำว่าหรือผู้ถือ ในแบบพิมพ์เช็คออก ออกเช็คโดยไม่ประทับ ตราตามที่ตกลงกันไว้กับธนาคาร ออกเช็คโดยเซ็นชื่อนามสกุลไม่ตรงกับ ตัวอย่างที่ให้ไว้กับธนาคาร หรือเช็คต้องลงชื่อผู้สั่งจ่ายสองคน แต่ลงชื่อ เพียงคนเดียว ออกเช็คโดยใช้เช็คของผู้อื่นและลงชื่อผู้อื่นเป็นผู้สั่งจ่าย หรือกรอกจำนวนเงินลงในเช็ค โดยขณะที่ออกได้ป”ดบัญชีของตนที่ธนาคาร แล้ว อันเป็นเหตุให้ธนาคารไม่ยอมจ่ายเงินตามเช็ค
(ข) ไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ผู้สั่งจ่ายออกเช็คนั้น ผู้สั่งจ่ายกระทำในการใดๆ อันทำให้ตนไม่มีเงินอยู่ในบัญชี ของธนาคารที่จะใช้เงินตามเช็คซึ่งเป็นสาเหตุที่ธนาคารมีสิทธิที่จะปฏิเสธการจ่ายเงินได้
(ค) ออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ ในบัญชีอันพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ผู้สั่งจ่ายออกเช็คนั้น ผู้สั่งจ่ายมีเงินตามบัญชีจำนวนหนึ่งซึ่งน้อยกว่าจำนวนเงินที่ตนระบุในเช็ค ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ธนาคารมีสิทธิที่จะไม่ใช้เงินตาม เช็คได้ เช่น สั่งจ่ายเงิน ๑๐๐ ,๐๐๐ บาท ในขณะที่มีเงินอยู่ในบัญชี ๘๐,๐๐๐ บาท
(ง) ถอนเงินทั้งหมดหรือแต่บางส่วนออกจากบัญชีอัน จะพึงให้ใช้เงินตามเช็ค จำนวนเงินเหลือไม่เพียงพอที่จะใช้เงินตามเช็คนั้นได้ ผู้สั่งจ่ายถอนเงินจากบัญชีจนมีเงินไม่เพียงพอที่จะใช้เงิน ซึ่งเป็นเหตุที่ธนาคารมีสิทธิไม่ใช้เงินตามเช็คได้
(จ) ห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คนั้นโดยเจตนาทุก ชนิด ผู้สั่งจ่ายห้ามธนาคารใช้เงินโดยไม่มีเหตุอันสมควรที่จะทำ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะต้องการให้ผู้ทรงเสียหาย เช่น เพราะไม่มีเงินไม่ต้อง การจ่ายเงิน ไม่ใช ่เพราะมีเหตุที่ตนไม่ชำระหนี้ เช่น ได้ชำระหนี้ไปแล้ว
(๓) มีการยื่นเช็คโดยชอบเพื่อเรียกเก็บเงินและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน
ผู้ทรงได้ยื่นเช็คเพื่อให้ใช้เงินโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะยื่นเองหรือโดยให้ธนาคารอื่นๆ เรียกเก็บเงิน หรือด้วยวิธีการอื่นๆ และธนาคารได้ปฏิเสธไม่ยอมใช้เงิน ตามเช็คนั้น เพราะความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการใช้เช็คนั้นจะเกิดขึ้นต่อเมื่อได้มีการยื่นเช็คเพื่อเรียกเก็บเงินจากธนาคารโดยชอบด้วยกฎหมาย และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้วเท่านั้น แต่ถ้าผู้ทรงไม่ได้เรียกเก็บเงิน เช่น ไปสอบถามจากเจ้าหนี้ธนาคาร ว่าผู้สั่งจ่ายมีเงินพอที่ธนาคารจะจ่ายเงินหรือไม่ และทางเจ้าหน้าที่ธนาคาร แจ้งให้ทราบว่าไม่มีเงิน ดังนี้ไม่ถือว่าได้มีการเรียกเก็บเงินและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแต่อย่างใด ผู้สั่งจ่ายที่กระทำความผิดทางอาญาที่เกี่ยวกับการใช้เช็คดังกล่าวแล้ว มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือจำคุก ไม่เกิน ๑ ปี หรือทั้งปรับทั้งจำคุก
ที่มา
http://law.tu.ac.th/law_center/law_document/book2/b2-2.html